ก่อนออกไปชิลนอกบ้าน ปรับพฤติกรรมน้องหมา

ปรับพฤติกรรมน้องหมา ไปชิลนอกบ้าน
 

ปรับพฤติกรรมน้องหมา ก่อนออกไปชิลนอกบ้าน

ปัจจุบันช้อปปิ้งมอลล์หลากหลายแห่ง รวมถึงศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ได้เปิดพื้นที่เพื่อเอาใจคนรักสัตว์ให้ได้พาเพื่อนรักสี่ขา ทั้งน้องหมา น้องแมว มาเดินเล่นแบบชิลๆ พร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน แต่ก็ยังมีเจ้าของสัตว์เลี้ยงอีกจำนวนมากที่ยังไม่กล้าพาเพื่อนรักสี่ขาออกมาเดินเที่ยว เพราะความกังวลเรื่องพฤติกรรมที่บางครั้งจะมีอาการตื่นคน ขับถ่ายไม่เป็นที่ หรือสร้างความรำคาญตลอดจนก่อให้เกิดอันตรายแก่คนรอบข้าง

ครูหนึ่ง Super Dog – นพดล ดวงแก้ว” นักปรับพฤติกรรมสุนัขชื่อดัง ได้แนะเทคนิคการเตรียมความพร้อมให้กับสุนัขแสนรักก่อนพาออกมาเที่ยวนอกบ้าน ว่า “หากต้องการพาน้องหมาออกไปเดินเที่ยวเล่นตามสถานที่ต่างๆ อาทิ ศูนย์การค้า สวนสาธารณะ หรือสถานที่ที่มีบุคคลอยู่เป็นจำนวนมาก แต่สุนัขของเรายังไม่เคยออกไปข้างนอกมาก่อน จึงจำเป็นต้องมีการฝึก หาวิธีการสื่อสาร และการปรับพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงเพื่อให้สามารถควบคุมดูแลได้เมื่ออยู่นอกบ้าน

อันดับแรก เจ้าของสุนัขต้อง “สังเกตพฤติกรรม” ของสุนัขว่ามีนิสัยใจคอ หรือมีพฤติกรรมอย่างไร อาทิ ไม่ชอบเด็ก ไม่ชอบสุนัขที่ตัวใหญ่กว่า ชอบเห่าตลอดเวลาเมื่อเจอสิ่งแปลกใหม่ เป็นต้น จากนั้น “วิเคราะห์สาเหตุ” ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมเหล่านั้นเพราะทุกพฤติกรรมย่อมมีที่มา การที่สุนัขไม่ชอบเด็กอาจเพราะเคยถูกเด็กรังแก อาการแบบนี้จะปรับพฤติกรรมทันทีเลยไม่ได้ เนื่องจากสุนัขยังมีภาพจำอยู่ ดังนั้นควรพาสุนัขอยู่ให้ห่างจากเด็กเพื่อป้องกันอันตราย หรือ หากมีนิสัยชอบเห่าเมื่อเจอสิ่งของใหม่ๆ อาจเป็นเพราะสุนัขต้องอยู่ในบ้านเป็นประจำ เมื่อเห็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนทำให้มีความตื่นเต้นและเห่าตลอดเวลา ซึ่งอาจสร้างความรำคาญให้กับคนรอบข้างได้

วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีที่สุด คือ เจ้าของต้องหมั่นพาสุนัขไปเดินเล่น ออกกำลังกาย โดยเริ่มจากบริเวณนอกบ้าน และค่อยๆ พัฒนาไปสู่พื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ได้พบเห็นสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้พบเจอผู้คน รู้จักการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น จะช่วยลดอาการตื่นเต้นลงได้ ต่อมา คือ “การใช้สายจูง” ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งเมื่อพาสุนัขออกนอกบ้าน เราไม่ควรปล่อยให้เดินโดยไม่มีสายจูง เพราะนอกจากจะควบคุมไม่ได้แล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายและสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่สาธารณะได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การอึ หรือฉี่ ซึ่งถือเป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้อื่น ดังนั้น การใช้สายจูงสำหรับพาน้องหมาออกไปเที่ยว พร้อมอุปกรณ์เก็บสิ่งปฏิกูลถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่ง และทำให้พฤติกรรมต่างๆ ของสุนัขอยู่ในสายตาเจ้าของ

ส่วน “การฝึกใช้สายจูง” นั้น เพื่อให้เจ้าของรู้จักใช้วิธีสื่อสารและควบคุมสุนัขได้ โดยการฝึกให้เป็นผู้เดินตามสายจูงหรือเดินตามเจ้าของ รู้จักการหยุดรอ และต้องไม่เป็นผู้ลากจูงหรือนำทางแทนเจ้าของ ซึ่งการใช้สายจูงนี้ จะทำให้สุนัขรับรู้และเข้าใจว่าตัวเองสามารถไปในสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแล

สุดท้ายสิ่งที่เจ้าของสุนัขทุกคนจำเป็นต้องพกติดตัวก่อนออกไปข้างนอกบ้าน คือ ถุงขยะ กระดาษทิชชู สำหรับเก็บสิ่งปฏิกูลจากสัตว์ รวมถึง ถาดน้ำ และถาดอาหาร เพราะการที่สุนัขออกไปเดินเล่นข้างนอก ได้ใช้พลังงานหรือพบเจออากาศร้อนจะมีอาการหิวน้ำบ่อย ส่วนอาหารนั้น เจ้าของควรเตรียมไปด้วยเมื่อต้องออกไปข้างนอกเป็นเวลานาน”


สำหรับเจ้าของสุนัขที่ต้องการความรู้และเทคนิคการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุนัขเพื่อใช้ในสถานการณ์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จาก “ครูหนึ่ง” Super Dog สามารถเข้าร่วมกิจกรรม “ด็อกส์ อิน เดอะ พาร์ค (Dogs in the Park)” วันที่ 19-21 พฤษภาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.30 – 20.00 น. ณ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ โดยภายในงานได้จัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การประกวดแฟนซีสุนัขรักษ์สิ่งแวดล้อม การฝึกน้องหมาแสนรู้โดยกลุ่มไทยอาสาสมัครสุนัขกู้ภัย การให้ความรู้การดูแลสุนัขจากสัตวแพทย์และกูรูชื่อดัง พร้อมเพลิดเพลินกับการช้อปสินค้า ขนม วิตามิน แอคเซสซอรี่ และบริการต่างๆ ปิดท้ายด้วยการทำบุญหาบ้านใหม่ให้เหล่าสุนัข-แมวไร้บ้าน และพิเศษ!!! กับบริการตรวจสุขภาพสุนัขฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลสัตว์พรีเมียร์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 02-108-6000 หรือที่ Facebook: facebook.com/thanyapark, www.thanyapark.com และ Line : @thanyaparknews

ซื้อแหวนเพชรจากตลาดนัดราคาหลักร้อย ไม่คาดกลายเป็นเพชรของแท้ราคาหลักแสน

ซื้อแหวนเพชรไม่คาดกลายเป็นเพชรของแท้ราคาหลักแสน

 

ซื้อแหวนเพชรจากตลาดนัดราคาไม่กี่ร้อย ไม่คาดคิดกลายเป็นเพชรของแท้ราคาหลักแสน

ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ บริษัทประมูล “โซธบีส์” จะเตรียมจัดการประมูลอัญมณีชุดหนึ่ง ซึ่งในนั้นมีแหวนเพชรหนัก 26.27 กะรัตที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เจ้าของได้ซื้อแหวนวงนี้ด้วยเงินเพียงแค่ 10 ปอนด์ หรือราว 400 บาท จากตลาดของเก่า ซึ่งเดิมทีก็คิดว่าเป็นแหวนเพชรปลอม จึงใส่ไปเดินเล่นหรือทำธุระที่บ้านมาโดยตลอด จนต่อมาเอาไปเอาประเมินค่าแล้วกลับพบว่าเป็นแหวนเพชรจริง และมีมูลค่า 16 ล้านบาท เลยทีเดียว

เจ้าของแหวนดังกล่าวคิดว่า เพชรเม็ดโตนี้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับเสื้อผ้าตอนที่เธอซื้อมันที่โรงพยาบาลเวสต์ มิดเดิลเซ็กส์ ที่ฝั่งตะวันตกของกรุงลอนดอนเมื่อทศวรรษที่ 80 เธอใส่มันในชีวิตประจำวันเป็นเวลาหลายสิบปีโดยไม่รู้ว่าเพชรสีขาวรูปทรงหมอนนี้เป็นเพชร 26 กะรัตมาจากสมัยศตวรรษที่ 19

และแหวนเพชรวงนี้จะเข้าร่วมการประมูลโดยบริษัทจัดการประมูลโซธบีส์ ที่ลอนดอนในเดือนมิถุนายนนี้ โดยนางสาวเจสสิกา วินดึม หัวหน้าฝ่ายการประมูลของบริษัท กล่าวว่า เจ้าของเดิมคิดว่ามันไม่ใช่เพชรของแท้เนื่องจากฐานรองรับแหวนที่ดูสกปรกโสโครก และตัวเพชรไม่มีความแวววาว และเพราะการเจียระไนเพชรในสมัยก่อนจะออกทื่อและลงลึกกว่าในปัจจุบันเล็กน้อย นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนคิดว่าเป็นของปลอม

หลังจากใส่แหวนนี้มา 30 ปี เจ้าของร้านเครื่องประดับแนะนำให้ตัวเจ้าของลองเอาแหวนไปให้โซธบีส์ดู และคาดว่าในการประมูลที่จะถึงนี้มันจะสามารถทำราคาได้ราคาสูงถึง 350,000 ปอนด์ หรือเกือบ 16 ล้านบาท
ข้อมูลจาก BBC Thai

แนวทางทำให้ไม่กลัวผี ด้วยเคล็ดลับต่าง ๆ ที่คุณเองต้องไล่ตาม

ว่ากันว่า เรื่องผี ๆ หรือว่าสิ่งลี้ลับ กับความเชื่อที่มีมานานในสังคมไทย ซึ่งบางทีคนเฒ่าคนแก่ก็ได้มีการเล่าให้ฟัง ว่ามีการเจอสิ่งนั้น สิ่งนี้ จนตกเป็นความกลัวติดตามตัวมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ความกลัวผีจะหมดไปวันนี้ เราจะขอนำเสนอเคล็ดลับในการแก้อาการ กลัวผี ซึ่ง วิธีทำให้ไม่กลัวผี นั้น ก็ต้องไม่พลาดกับการไล่ตามกันเลย

 

ถือได้ว่าเรื่องผี ๆ ใครต่อใคร กลัว หากได้พบเจอกับตัวเอง ก็ยิ่งเป็นเหตุให้กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ถ้าเช่นนั้นมาดูวิธีทำให้ไม่กลัวผีกันเลยดีกว่า ว่าจะมีวิธีใดบ้างที่จะไม่ทำให้กลับผี

1.ถ้าอยู่ดี ๆ ได้ยินเสียงเพลงไทย ให้เอา Ipod มาทำการเปิด Hip hop 

2.ถ้ากลัวจะมีใครมายืนอยู่ปลายเตียง ก็ให้นอนเอาหัวมาไว้ปลายเตียงกันเลย

3.ถ้าหากเพื่อน ๆ ได้โดนผีเข้า ให้เมินมันแล้ว ไปนอน พอไม่มีใครสนใจผีก็จะเซ็ง ๆ ออกไปเอง

4.ถ้ามีเงาอะไรผ่านมาหน้าต่าง ให้ไปยืนแถ ๆ บริเวณหน้าต่าง ท่าเงาผ่านย้อนไปบ้าง

5.ไม่ควรจะนอนเตียงที่มีใต้เตียงโล่ง ถ้ากลัวมาก ๆ ก็ให้ไปนอนใต้เตียงนอนกันแทน ถ้าปล่อยผีนอนบนเตียงไป

 

เพราะเช่นนั้น วิธีทำให้ไม่กลัวผี คุณเองก็จะสามารถทำการไล่ตามกันได้เลย ว่าจะมีแนวทางใดบ้าง ซึ่งสาว ๆ หลากหลายคนมักมีอาการกลัวผีเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้ต้องหาวิธี หรือว่าตัวช่วยไม่ให้กลัวผี เป็นเหตุให้คุณนอนหลับได้อย่างสนิท เมื่อถึงในระยะเวลากลางคืน ที่จะต้องพักผ่อน

พุทธมามกะต้องศึกษา สิ่งที่ไม่ควรจะตักบาตรพระ ถ้าต้องการจะทำบุญทำทาน

ในการทำบุญใส่บาตร ถือว่าเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่แรกเริ่มกันเลย จนมาถึงภายในปัจจุบันนี้ ซึ่งในสมัยนี้ ส่วนใหญ่เลือกใส่สิ่งของที่มีการเน้นความสะดวกสบายหาซื้อได้ง่าย ๆ แต่คุณรู้หรือเปล่าว่า สิ่งที่ไม่ควรใส่บาตรพระ ที่มีความเชื่อว่าหลากหลายคนไม่รู้ พร้อมกับหลากหลายคนก็ทำเป็นประจำอีกด้วย  ทำให้กลายเป็นเรื่องที่ใครต่อใครจะต้องทำความเข้าใจกันมากเพิ่มขึ้น

 
ใส่บาตรพระ
ซึ่งคนไทยแต่ละคนนิยมการใส่บาตร แต่ว่าไม่รู้ว่าสิ่งที่ไม่ควรใส่บาตรพระ นั้น มีอะไรบ้าง ถ้าเช่นนั้นต้องติดตามกันเลยว่า สิ่งใดมั่งที่ไม่ควรใส่บาตรพระเด็ดขาด โดยจะมีความเชื่อมาตั้งแต่โบราณ
1.ข้าวสสาร อาหารแห้ง เนื้อสด ไม่ควรใส่บาตร เพราะเป็นสิ่งที่ผิดวินัยของพระ ไม่อาจทำครัวหรือปรุงแต่อาหารได้ ต้องฉันท์เฉพาะของที่ญาติโยนำมาใส่บาตรได้แค่นั้น พระท่านไม่อาจจะเก็บไว้ข้ามวันได้
2.เงิน สำหรับในข้อนี้ ที่มีความเชื่อว่าหลากหลายคนทำผิดกันตลอดมา ซึ่งถ้าหากความจริงแล้ว เป็นสิ่งที่ต้องห้ามโดยเด็ดขาด  เนื่องจากผิดพระธรรมวินัย พระรับเงินนั้น ถือว่าอาบัติทุกรณี พร้อมกับสำหรับชาวพุทธที่อยากถวายปัจจัย ควรนำไปถวายที่วัดโดยตรง หรือหยอดตู้บริจาคค่าน้ำ ค่าไฟจะดีกว่า
 
ดังนั้น สิ่งที่ไม่ควรใส่บาตรพระ สิ่งเหล่านี้ ที่คุณเองจะต้องศึกษาและหาความรู้ เพื่อไม่ให้ผิด และนี่ก็ถือว่าไม่ควรนำมาใสบาตรพระ เนื่องจากจะทำให้ผิดศีลได้เช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่จะมีเท่านี้ สิ่งที่ไม่ควรใส่บาตรพระ แต่ว่าก็ยังมีหลากหลายอย่างร่วมกัน ที่คุณเองจะต้องไม่พลาดกันเลยก็ว่าได้

วิธีของคนสมัยก่อนในการสวดมนต์ให้ได้อนิสงค์

การสวดมนต์ เป็นกิจวัตรหนึ่งที่ทุกท่านทางด้านศาสนาบัญญัติให้ทำ เนื่องจากเป็นการทำสมาธิอย่างง่าย ๆ ฤาพระศาสดาอาจจะสร้างอุบายเรียกความศรัทธาของลูกศิษย์ศาสนาตนเอง พร้อมทั้งที่น่าแปลกใจคือการสืบทอดจากอดีต สู่ปัจจุบัน คนสมัยใหม่ยังคงสวดมนต์ทุกครั้งที่มีงานมงคล แล้วอยากรู้ไหมว่า  คนรุ่นก่อนมีวิธีภายในการสวดมนต์อย่างใดบ้าง

 
โดยก่อนอื่น ความเชื่อศรัทธาในการสวดมนต์ บทสวดชินบัญชรเสริมเมตตามหานิยม บทสวดพระพุทธเจ้า พิชิตมารป้องกันอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นความมั่นคง ในชีวิต ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับความเชื่อพร้อมกับความศรัทธา ไม่นำความเดือดร้อนมาสู่ตนพร้อมทั้งคนอื่น ๆ มีความอดทนเพียรสวดมนต์ทุกวันอย่าให้ขาด หรือน้อยขอให้ได้สวด สำหรับคนรุ่นก่อนมีความเชื่อภายในการสวดมนต์จะกระทำทั้งสวดออกเสียงหรือไม่สวดออกเสียง พนมมือหรือเปล่า กระทำตามสะดวก แต่ก็ต้องตั้งนะโมสามจบก่อนเสมอ สวดแบบจดจ่อกับตัวหนังสือบทสวด  ควรที่จะมีการจดจำบทสวดที่เป็นสมบัติสมอง พร้อมทั้งทดแทนปัญหาที่รกสมองออกไปได้ การสวดมนต์ เพราะว่าผู้ที่เริ่มสวดมนต์อาจจะต้องอาศัยความพยายามมาก ควรรอดทนต่ออาการเหน็บที่เท้า ปวดเมื่อยจากท่านั่งที่ไม่คันเคยในอาทิตย์ที่สองและสาม เมื่อผ่านไปก็จะรู้สึกได้ว่า ไม่อึดอัดไม่ทรมานได้อย่างแน่นอน
 
การสวดมนต์
เพราะฉะนั้น การสวดมนต์ ถือว่าเป็นวิธีง่าย ๆ หากคุณทำเป็นประจำ อาการปวดก็จะลดลงไปได้เช่นกัน  และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นความเชื่อส่วนตัว ที่ใครต่อใคร ต่างก็มีความเชื่อพร้อมทั้งความศรัทธากันอย่างแน่แท้

คอมมิวนิตี้มอลล์ที่เป็นที่รู้จักทั้งคนไทย เอเชียทีค

คอมมิวนิตี้มอลล์ที่เป็นที่รู้จักทั้งคนไทยและต่างประเทศในระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้ ไม่มีใครไม่นึกถึง เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุง 93 ที่มักจัดกิจกรรมตามเทศกาลโดยเฉพาะช่วงปีใหม่โดยมีสัญลักษณ์เป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ การเดินทางมานั้นสามารถมาโดยรถเมล์สาย 1 75 จากหัวลำโพง และ BTS ลงสถานีตากสิน

บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันแสนงาม กับสัญลักษณ์สมอเรือของเอเชียทีค มีป้ายบอกประวัติศาสตร์ที่มาของสถานที่ มีรูปปั้นคนแบกข้าวสาร ตลอดเลียบทางเดินริมน้ำมีร้านค้าออกร้านในบรรยากาศชมวิวชิลริมน้ำด้านหน้าโกดัง โดยมีชิงช้าสวรรค์เป็นฉากหลัง ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปทั้งทั่วไปและโอกาสพิเศษต่างๆ

ทางเข้ามีบทนำถึงสถานที่นี้ว่าเดิมเป็นที่ตั้งวัดหลวงโชตนารามหรือวัดพระยาไกร ปี 2344 ได้มีการขนย้ายพระพุทธรูปเพื่อไปวัดสามจีนบังเอิญลวดสลิงขาดกะเทาะเห็นองค์พระทองคำด้านในคือหลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร ปี 2404 มีถนนเจริญกรุงถนนสายแรกของประเทศไทยตัดผ่าน มีการตั้งโรงเลื่อยยุคแรก เป็นท่าเรือการค้าในสยาม มีการก่อตั้งบริษัทแอนเดอเซ่นแอนด์โคของเดนมาร์กแล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็นอีสต์เอเชียติก ปี 2437 ได้สร้างท่าเรือและโรงเลื่อยขึ้นที่หน้าวัดอันเกิดจากสนธิสัญญาเบาริงในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่เปิดการค้าเสรี เกิดรถรางไฟฟ้าสายแรก ท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นท่าเรือสำคัญและทันสมัยที่สุด โดยได้นำเครื่องจักรทันสมัยขนาดใหญ่และจักรกลไฟฟ้าเข้ามาเช่นปั้นจั่นรางเลื่อนพลังงานไฟฟ้า โกดังโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ในสมัยเดียวกับสะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เป็นที่ขนถ่ายสินค้าจากยุโรป ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2484 ถูกใช้เป็นคลังแสง ฐานกำลังและเป็นที่ถลุงแร่จากกาญจนบุรีของกองทัพญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่ามีทางรถรางและหลุมหลบภัยอยู่ในบริเวณด้วย ปี 2527 ครบรอบ 100 ปีของอีสต์เอเชียติกและการปิดตัวของท่าเรือ ในปี 2555 สถานที่นี้ถูกพัฒนาให้เป็นโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เปลี่ยนจาก “สยามเมืองแห่งแม่น้ำ” มาเป็น “สยามเมืองมหานคร”